ของมันมีที่มา #2

posted on 11 Oct 2008 11:56 by bodyfit

ขอเอาครั้งมารวมด้วยเลยนะครับ

สินสอด : เคยพูดถึงไปแล้ว ว่าคุณต้องแสดง สินทรัพย์ ว่ามีฐานะพอเลี้ยงลูกสาวของเขาได้ เขาถึงจะยอมให้คุณ สอดใส่ ลูกสาวเขาได้ ปัจจุบันตกลงกับลูกสาวเขาได้โดยตรงไม่ต้องผ่านพ่อแม่ก็ได้ เพราะปัจจุบันการ ขายตรง กระจายตัวไปอยู่ในทุกวงการแล้ว  เหอ ๆ ...

รถเมล์ : แปลกนะทำไมเรียกแบบนั้น นั่นก็เพราะเมื่อก่อนเวลาใครจะไปต่างจังหวัด มักจะติดไปกับรถส่งจดหมาย หรือ Mail-Bus ของกรมไปรษณีย์นั่นเอง และเมื่อก่อนใช้กับรถที่ต่างจังหวัด

ศาล :  เมื่อก่อนระบบยุติธรรมของไทย นั้นอิงคุณธรรม (ซึ่งปัจจุบัน ความยุติธรรมบางทีก็ดูไม่มีคุณธรรม) เวลาไม่มั่นใจว่าใครทำผิด เขาจะไปที่ ศาล(เจ้าพ่อ) เพื่อตัดสินเรื่องต่าง ๆ โดยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพยานแห่งการตัดสิน แล้วก็อาจโยนคนทั้งคู่ลงน้ำ ใครขาดใจตายก่อนก็มันนั่นแหละผิด ... โอ.. โหด ต่อมาจึงเรียกที่ตัดสินคดีต่าง ๆ ว่า ศาล ตามความเคยชินมา

ผงกระหรี่ : มันมาจากการที่เราแปลได้ไม่เต็มร้อย คำเลยเพี้ยนหนักไปได้ขนาดนั้น จริง ๆ มาจากคำว่า Curry - Powder หรือ ผงแกง นั่นเอง....ซึ่งเป็นผงเครืองเทศในอาหารแบบ อินเดีย แต่ดันไปแปลคือคำว่า Powder ส่วน Curry ดันเรียกทับศัพท์ ผลเลยกลายเป็นผงขายตัวอย่างนั่นตลอดมา

 --------------------------------------------------------------------------

ขนมจีน : มีหลายที่มาครับ เริ่มจากที่มอญก่อน นั่นคือคำว่า คนอมจิน คนอม : นวด  / จิน : ทำให้สุก  แต่ถ้าไปที่ สิบสองปันนา จะเห็นอาหารเช้าเป็นเหมือนก๋วยเตี๋ยว มีเส้นใหญ่เส้นเล็กให้เลือก แต่มีอยู่เส้นหนึ่งที่เขาเรียกว่า "ขนม" เป็นไปได้ว่าเราเรียก ขนมจีน เพราะจุดนี้ แต่นั่นก็ยังไม่ถึงกับได้ข้อสรุปสำหรับคำ ๆ นี้

 สบู่ :  คำนี้ไม่ได้มาจาก Soap นะครับ มันมาจากคำว่า Saponification ซึ่งหมายถึงปฏิกิริยาระหว่าง โซเดี่ยมไฮดรอกไซ กับ ไขมัน  ซึ่งทำให้เกิดสบบู่  แต่เราดันไปจำเอามาแค่คำว่า sapo ไอ้ nification ดันไม่เอามาด้วย

 กุ้ง : เป็นภาษาพม่าครับ แปรว่า "ดาบใหญ่"

แม่น้ำของ : ผมไม่ได้พิมพ์ผิดครับ แม่น้ำพรมแดนไทย-ลาว นั่นเรียก น้ำของ ครับเป็นภาษาเก่าของอีสานแปลว่าแม่น้ำใหญ่ แต่พอฝรั่งมันมาสำรวจ มันดันเขียนว่า Kong ทำให้นักวิชาการผู้ชำนาญภาษาอังกฤษ(แต่ไม่รู้ภาษาอีสาน) ได้เขียนคำออกเสียงว่า แม่น้ำ โขง และบรรจุลงบทเรียนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา... มึงจะรณรงค์แก้ภาษาวิบัติทำไมวะ ตัวมึงเองยังไม่เคยรักษาภาษาคนอื่นเลย

จังหวัด 101 : นั่นคือเมือง 11(สิบเอ็ด) นะครับ 101 ในภาษาอีสานสมัยก่อนเค้าอ่านว่า สิบเอ็ด(11) ครับ  เป็นหัวเมืองที่สิบเอ็ดของเมืองทางนี้ แต่พอเจ้าครองหัวเมืองจากภาคกลางมาปกครอง ก็ดันไปอ่านชื่อว่า ร้อยเอ็ด(101) เวรกรรมเลย ... สมัยเจ้าขุนมูลนายแบบนั้น ใครมันจะกล้าไปทักท้วงล่ะครับ จะได้หัวขาดกันสิครับ ตั้งแต่นั้นมาก็เลยกลายเป็นว่า ร้อยเอ็ด ก็ร้อยเอ็ดวะ 

สัง สิน ไช : นิทานพื้นเมือง ของเมืองแถบอีสานในปัจจุบันและลาวปัจจุบัน แต่ล่าสุดผมเห็นพวกนักวิชาการทำการวิจัยว่า มันเป็นนิทานพื้นเมืองของไทยหรือลาว.... ไอ้บ้า คิดได้ไงวะ  ไอ้ประเทศไทย กะ ลาว เนี่ย มันเพิ่งมีเพราะฝรั่งมันมาแบ่งโว้ย มะก่อนทางอีสาน กะ ลาว กะ ภาคกลางน่ะมันคนละเมือง ไม่ได้มีประเทศแบบนี้ ไปแบ่งกันทำวะ มันเกิดก่อนจะมี ไทย กับ ลาว หรือก่อนจะมีกลุ่มเมืองที่เรียกว่า สยามประเทศด้วยซ้ำครับ

ข้าวจ้าว : ทำความเข้าใจกันเรื่องศาสนาก่อนนะครับ ก่อนหน้านี้ภาคกลางเขาไม่ใช่พุทธนะครับ เราเป็นพราหม แล้วสมัยก่อนมีการน้ำเข้าพราหม มาจากเมือง อินเดียบ้าง สีลังกาบ้าง แล้วพวกนี้มันไม่กินข้าวเหนียวเหมือนอย่างคนแถบนี้ครับ เพราะผู้คนแถบนี้น่ะ กินข้าวเหนียวกันนะครับ เลยต้องข้าวที่พวกนี้กินมาปลูกในเขตในรั่วในวังสมัยก่อนด้วย คนเลยเรียกกันติดปากว่า ข้าวจ้าว(ข้าวนาย)  ไม่ใช่ของไพร่กินนะจะบอกให้

 

ว้ากกกกก...... อะไรวะเนี่ย

Comment

Comment:

Tweet

This issue seems to be good! Thence scholars do not have to create the custom essays and term papers by their own, they could get your help.

#35 By essays (193.105.210.41) on 2011-11-13 04:12

<a href="http://mgttccjiwuxhvqv.com">tunlqljcxshuswg</a> http://quoxzctdvkskxyv.com [url=http://djfaxciwmseqkxt.com]zfyzcfbelwaitiu[/url]

#34 By ebudshkfow (94.102.52.87) on 2010-06-14 01:51

<a href="http://uinvxkxamjvizbb.com">riaamcmnbhkgwir</a> http://rsyxartgbwxicbg.com [url=http://wffhklutahfpcpz.com]lspmssunclwfpwx[/url]

#33 By gjusxqhrrf (94.102.52.87) on 2010-06-10 19:19

thank

#32 By Ichigo on 2008-11-03 19:07

ข้อมูล
แน่นพึก
เรื่อง 11 ประตู นี้ผมก็เพิ่งรู้ครับ... ขอบคุณครับ

#30 By bodyfit (125.26.157.124) on 2008-10-20 19:25

จังหวัด 101 >> อันนี้เคยฟังมาจากอาจารย์ที่คณะอีกทีว่า ที่เค้าชื่อเมืองร้อยเอ็ด(ก็คือสิบเอ็ดน่ะนะ) เพราะว่าแต่ก่อนเป็นเมืองใหญ่ มีถึงสิบเอ็ดประตู เลยตั้งชื่อเมืองตามนั้น
ไม่ได้หมายความว่าเมืองกว้างขวางมีประตูเยอะนะ question
แต่เพราะสมัยก่อนถ้าเมืองไหนเข้มแข็ง จะมีเมืองอื่นๆมาเป็นเมืองขึ้นมาก แล้วเค้าก็มีธรรมเนียมว่าแต่ละเมืองตอนเอาของมาเป็นบรรณาการห้ามเข้าประตูซ้ำกัน!!! ร้อยเอ็ดมีเมืองขึ้นถึง สิบเอ็ดเมือง เลยตั้งชื่อตามนั้นล่ะจ้า~

มาเพิ่มเติมให้ตามที่ได้รู้มา cry

#29 By pradchan on 2008-10-20 02:55

มันมีที่มานะ ..
มันมีที่มา..


จะเอาโปสการ์ด ป่าวคะ?
ถ้าเอา PM ที่อยู่มานะ เด๋วส่งให้...
ผมเคยได้ยินมาว่าข้าว
ความหมายของมันคือการที่ต้องรอฝนตกตามฤดูกาล
ไม่สามารถบังคับให้มันออกผลได้ เลยเรียกมันว่าข้าว
เพราะเพี้ยนมาจาก เข้า คือฝนเข้า

#27 By Deear Gaeseng on 2008-10-16 17:58

ที่มาของภาษา ไม่รู้นานๆ เข้าก็สูญหาย ขอบคุณค่ะที่นำมาให้ได้รู้กันถ้วนทั่ว big smile

#26 By ~NuDeE~ on 2008-10-16 14:33

ได้ความรู้เยอะเลย

#25 By dimoroc on 2008-10-16 12:24

โอ้แม่เจ้า..ที่มาของสินสอดsad smile

#24 By nudee on 2008-10-16 11:46

มันมีที่มาอย่างนี้นี่เอง Hot!

#23 By ไอ้ป๊อป on 2008-10-16 09:38

เยี่ยมมม

คนคิดนี่ก้อคิดได้โนะ
5555confused smile

Hot!

#22 By +@rtistaม้าเต่อ+ on 2008-10-15 19:32

จริงรึโม้? ขอแหล่งที่มาอย่างหนังสือด้วยสิครับ
ถ้าเอามาจากเวบวาไรตี้ทั้งหลายหรือfwd mailล่ะก็ อย่าลืมหารสิบก่อนเชื่อนะครับ มันโม้เยอะ
ปล. ผมก็เคยได้ยินที่มาของสบู่เหมือนคุณโก๋ในความเห็น#4นะ

#21 By คุณแมว_OVA on 2008-10-15 18:27

อย่างนี้นี่เอง แปะHot!

#20 By Nini and The Roolf on 2008-10-15 16:27

เพิ่งรู้ว่ากุ้งเป็นภาษาพม่า นึกว่าภาษาไทยแท้ๆเสียอีก

#19 By \ MEIJI / on 2008-10-15 12:51

อนาถกับชื่อ แม่น้ำของ..angry smile
นี่แหละมั้ง บรรพบุรุษของภาษาวิบัติ

เห็นด้วยนิดๆ กับประโยคที่ว่า "จะรณรวค์แก้ภาษาวิบัติไปทำไม"embarrassed Hot!

#18 By vvitch on 2008-10-15 12:25

บางอันเพิ่งรู้นะเนี่ย ^^!
แล้วเรื่อง มะละกอ=ป้าป้า อย่า
กล้วย=แบนแน่ๆ เรื่องจริงเปล่าครับ
(มุกของพวกโนส อุดม)

#17 By Shuu Exteen on 2008-10-15 11:44

รากศัพท์...โอ้

ถ้าสบู่เอามาเต็มคำจะเป็นยังไงนะ..open-mounthed smile

#16 By cvane on 2008-10-15 08:53

น้ำโขงกับน้ำของอันเดียวกันนี่เพิ่งรู้ ขนาดเป็นคนเชียงรายแท้ๆ

#15 By bellbell on 2008-10-15 02:32

สะ.......สินสอด

มันอ๊ากกกกกกกกกกกกกก Hot! Hot! Hot!

#14 By KUN on 2008-10-15 01:25

อะ เพิ่งรู้ที่มาของจังหวัดบ้านเกิด Hot! Hot!

#13 By ชาเขียวaddict on 2008-10-14 23:01

ขอบคุณค่ะ

ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะนี่

Hot!

#12 By VampMazter - XIII on 2008-10-14 19:29

โอ้ มีที่มาอย่างนี้เหรอเนี่ย

ว่าแต่ สินสอดนั่นมันช่าง...

#11 By ★☆KyuubixUsagi on 2008-10-14 17:36

Hot!
คำว่าสบู่นี่ ที่มาฟังดูวิชาการมากมายsad smile

#10 By Rio ▪ Łollidзllą ♥ on 2008-10-14 17:30

เคยแอบคิดเล่นๆคำว่าสินสอดครับ


เย้ยย มันจริงเรอะเนี่ย sad smile

#9 By Zairen_Parodyme. on 2008-10-14 17:19

หลายข้อก็เกิดความรู้สึกอยากตบเกรียนที่มาให้แตกเหมือนกันครับ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

น่าเศร้า
เนอะ แปลกดีครับ คำบางคำ


- สงสัยช่วงฤดูเหงาครับ งานการเลยดูคลึ้มๆตาม อารมณ์ผูทำ แหะๆๆๆ.. -sad smile

#7 By BOWSCLOSE (124.121.47.247) on 2008-10-14 13:08

โอ้วว
ความรู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

Hot!

#6 By มนุษย์กล่อง on 2008-10-14 11:44

ที่มาของคำ่ว่าสินสอด ช่างกระดึ๊กกระดึ๋ยยิ่งนัก sad smile

#5 By Bluemoon on 2008-10-13 19:42

เหอๆ สนุกดี

สบู่เคยอ่านเจอการ์ตูนสมัยเด็ก
เขาว่าฝรั่งชาติที่นำสบู่เข้ามาในไทย ไม่ใช่อังกฤษ
เรียกมันว่า ซาปู คนไทยเลยเรียก สบู่

#4 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-10-13 17:57

Hot!

#3 By indybear on 2008-10-13 17:52

มันเป็นงี้เอง อืม...Hot!

#2 By cosmoguy on 2008-10-13 17:42

ตายละตูเป็นไพร่ดันกินข้าวจ้าวซะแร้นsad smile

#1 By Meowzilla Zilla on 2008-10-13 16:23