ธรรมะ(แบบสุดขั่ว) ปะทะ ทางโลก(แบบสุดตีน)
posted on 25 Aug 2008 12:35 by bodyfitเย็นวันพฤหัสที่ผ่านมาทีมงานของผมไม่ได้เจอกันเพราะผมต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้ต้องมานัดเจอทานอาหารเย็นกันในวันศูกร์ ... เราจริง ๆ พวกเราหลีกเลี่ยงวันนี้ เพราะทีมงานสองสายของผมจะต้องเจอกัน และในทั้งสองกลุ่ม มีคนสองขั่วอยุ่ในนั้น เขาเจอกันเมื่อใหร่ ทีมงานทั้งหมดจะได้บรรลุอรหันต์ ไม่ก็กลายเป็นคนเถื่อนกันไปข้าง ... ใครจำไม่ได้ว่าวันพฤหันสบดีสำคัญกับเรายังไงลองกลับไปอ่านเรื่อง องค์ลง ?! ได้นะครับ
กร : หนุ่มวัย 28 ผ่านโลกมาราวกับคนวัย 100 ปี ทำมาทุกอย่างที่ควรทำและไม่ควรทำ เดินทางไปอยู่กับสังคมต่าง ๆ มาเกือบรอบโลก
อุ่น : หนุ่มน้อยวัย 24 ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก จึงต้องบวชเรียนจนกระทั่ง ent ติดมหาลัยฯ ตอนอายุ 19 ปี แต่เรียนเพียง 3 ปีครึ่งก็จบ ด้วยเกรดสูงค้างฟ้า
ลองคิดภาพดูนะครับ เมื่อคนกร้านโลก(ค่อนไปทางถ่อย) มาเจอกับ อรหันต์นอกผ้าเหลือง อะไรจะเกิดขึ้น
----------------------------
คราวนี้เราเจอกันที่บ้านรุ่นน้องคนหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านอาหาร ระหว่างที่เรานั้งอยู่นั้น ก็มีถ่ายทอดภาพบันทึก หรือสด ก็ไม่แน่ใจแต่ที่แน่ ๆ เป็นแข่งขัน ยิมนาสติก ที่โอลิมปิก ทุกคนนิ่งลุ้น เชียร์ และ... แต่แล้ว
กร : โอยยยย..... ทำไมหุ่นดีกันอย่างน้านนนนน ได้เมียแบบนี้ผมคงผอมโซไปนานเลยล่ะพี่
อุ่น : นั่นเขาแข่งกีฬาอยู่นะพี่
กร : เออ.... รู้ แต่เห็นแล้วมันอยากนี่หว่า
อุ่น : ไอ้เนื้อหนัง รูปกายพวกนี้มันไม่จีรังหรอกพี่ เดี่ยวก็เน่าเปื่อย พี่จะไปอะไรกับมันนักหนา
กร : ก็รู้ทั้งรุ้ว่าของมันพังไวเสียเร็ว มึงก็รีบใช้ให้คุ้มสิวะ ปล่อยให้เสียเปล่าทำไม ... เหอ ๆ ...
(หันกลับไปทำหน้ากามแบบสุดตีน)
ผม : ...เอา ๆ ... พอ ๆ ... กูจะดูกีฬา พูดกันเสียงดัง เดี๋ยวเสียงพวกมึงเข้าตากู ภาพจะไม่ชัด
กร : เสียงนะพี่ ไม่ใช่แสง
.... ทุกคนเงียบ พร้อมกับดูการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็แค่พักเดียว
ทันใดก็มีเสียง โวยดังขึ้นจากโต๊ะที่มุมร้าน ผัวเมียคู่หนึ่งทะเลาะกัน เพราะผัวมากินข้าวกับนาย แล้วไม่โทรบอก โทรตามก็ไม่ติด (ผมจับประเด็นจากเสียงที่ลอยมา เมื่อช่วงแรก ๆ) แต่แค่นี้ถึงกับต้องอาระวาด แทบร้านน้องผมพังเลยเหรอเนี่ย ....
อุ่น : เห้อ .... น่าสงสารผู้หญิงนะครับ เขาต้องมาทุกข์เพราะไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เหมือนจะมีแสงวาบขึ้นมารอบหัวกะบาลมันเลยทีเดียว เพราะทุกคนในร้านมั่นไส้อีเจ้คนนี้มาก ๆ แล้วไอ้ผัวก็ยอมเขาซะทุกอย่างซะงั้น ทั้งที่ดู ๆ ก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ก็เห็นมีเบียร์ สองขวด กับข้าวเต็มโต๊ะ ผุ้หญิงก็ไม่มี แต่ไอ้อุ่น กลับมองต่างมุมได้ซะขนาดนั้น
กร : เมียก็แบบนี้แหละ เป็นลงทุนที่โง่ที่สุดในชีวิตผู้ชายเราแล้วล่ะ ไม่รู้ไปซื้อแม่งมาทำไม โห... ไอ้ฝั่งนี้พูดสิครับ โลกเรามีสองด้านเสมอจริง ๆ ว่ามั้ยครับ
อุ่น : พี่... พุดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ มันเป็นเรื่องความรัก แล้วก็ประเพณีนะพี่
กร : เหรอ !?... ปกติอะไรที่กูต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้มันมา กูเรียกว่า ชื้อ ทั้งนั้นแหละ
อุ่น : ....
ทุกคนเองก็เริ่ม รู้สึกว่าวิถีทางโลกของไอ้กรนี่มันเข้าถึงง่ายดีเหมือนกันแหะ
เปี๊ยก : ก็ดูท่าจะใช่นะพี่ วันนี้เปี๊ยกสงบปากสงบคำ เพราะมันโดนหน้าที่ขับรถกลับบ้าน ไม่งั้น วัตถุเมาไว อย่างมันคง โดนองค์ลงไปแล้ว
ทุกคนนั้งกินกันต่อ คุยกันสนุก แต่สิ่งที่กรพูดทำให้ผมหวนคิดถึงสังคมไทย ที่เราทำให้เรื่องความรักเป็นเรื่องซื้อขาย ผมว่ามันทำให้คนเป็นผัวเมียกัน รักกันแบบหวังผลกำไร เพราะมันได้ลงทุนไปแล้วนี่ครับ ต้องจ่าย ต้องสร้าง เพื่อให้ได้ครอบครอง เมื่อได้มาแล้วเกิดอะไรขึ้นก็ต้องมาคิดในใจว่า คุ้มค่าหรือเปล่าที่ซื้อมันมา....... หรือธรรมเนียม(ทำเนียน)ไทยอันนี้ จะไม่เหมาะกับสังคมเมืองของชนชั้นกลางในปัจจุบันแล้ว
ผมเก็บเอาเรื่องนี้มานั้นคุยเล่น ๆ ตอนจิบเบียร์กับพ่อ เมื่อเย็นวาน พ่อเล่าว่า สินสอด น่ะเป็นคำที่ตรงไปตรงมามาก เพราะมันต้องมี สิน(ทรัพย์) เขาถึงจะยอมให้ สอด(ใส่) แต่เมื่อก่อน นับย้อนได้หลายร้อยปี เขาให้ฝ่ายชายแสดงฐานะว่าจะเลี้ยงลุกสาวเขาได้ ไม่ใช่เอาเงินทองมาให้พ่อแม่อีกฝ่ายแบบนี้
อืม.... มันก็น่าคิดเหมือนกันนะ
เป็นคู่ที่ดูน่าสนุกดีแหะ เหมือนจับเอาเทวดากะปีศาจมานั่งคู่กันเลย
เรื่องการเรียกว่าสินสอดก็ถูกแหะ คิดว่ามันเพี้ยนไปเรื่อยๆ เพราะไอ้ยอดเงินที่ฝั่งพ่อแม่เจ้าสาวได้รับ มันเป็นหน้าเป็นตานะสิ ได้น้อยนัก ชาวบ้านมันนินทา นิละหนา มนุษย์เรา
#1 By Ellebazi on 2008-08-25 14:30