เย็นวันพฤหัสที่ผ่านมาทีมงานของผมไม่ได้เจอกันเพราะผมต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ทำให้ต้องมานัดเจอทานอาหารเย็นกันในวันศูกร์ ... เราจริง ๆ พวกเราหลีกเลี่ยงวันนี้ เพราะทีมงานสองสายของผมจะต้องเจอกัน และในทั้งสองกลุ่ม มีคนสองขั่วอยุ่ในนั้น เขาเจอกันเมื่อใหร่ ทีมงานทั้งหมดจะได้บรรลุอรหันต์ ไม่ก็กลายเป็นคนเถื่อนกันไปข้าง ... ใครจำไม่ได้ว่าวันพฤหันสบดีสำคัญกับเรายังไงลองกลับไปอ่านเรื่อง องค์ลง ?! ได้นะครับ

   กร : หนุ่มวัย 28 ผ่านโลกมาราวกับคนวัย 100 ปี ทำมาทุกอย่างที่ควรทำและไม่ควรทำ เดินทางไปอยู่กับสังคมต่าง ๆ มาเกือบรอบโลก

   อุ่น : หนุ่มน้อยวัย 24 ที่ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก จึงต้องบวชเรียนจนกระทั่ง ent ติดมหาลัยฯ ตอนอายุ 19 ปี แต่เรียนเพียง 3 ปีครึ่งก็จบ ด้วยเกรดสูงค้างฟ้า

   ลองคิดภาพดูนะครับ เมื่อคนกร้านโลก(ค่อนไปทางถ่อย)  มาเจอกับ อรหันต์นอกผ้าเหลือง อะไรจะเกิดขึ้น

 ----------------------------

   คราวนี้เราเจอกันที่บ้านรุ่นน้องคนหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านอาหาร ระหว่างที่เรานั้งอยู่นั้น ก็มีถ่ายทอดภาพบันทึก หรือสด ก็ไม่แน่ใจแต่ที่แน่ ๆ เป็นแข่งขัน ยิมนาสติก ที่โอลิมปิก ทุกคนนิ่งลุ้น เชียร์ และ... แต่แล้ว

   กร : โอยยยย..... ทำไมหุ่นดีกันอย่างน้านนนนน ได้เมียแบบนี้ผมคงผอมโซไปนานเลยล่ะพี่
   อุ่น : นั่นเขาแข่งกีฬาอยู่นะพี่
   กร : เออ.... รู้ แต่เห็นแล้วมันอยากนี่หว่า
   อุ่น : ไอ้เนื้อหนัง รูปกายพวกนี้มันไม่จีรังหรอกพี่ เดี่ยวก็เน่าเปื่อย พี่จะไปอะไรกับมันนักหนา
   กร : ก็รู้ทั้งรุ้ว่าของมันพังไวเสียเร็ว มึงก็รีบใช้ให้คุ้มสิวะ ปล่อยให้เสียเปล่าทำไม ... เหอ ๆ ...  (หันกลับไปทำหน้ากามแบบสุดตีน)

   ผม : ...เอา ๆ ... พอ ๆ ... กูจะดูกีฬา พูดกันเสียงดัง เดี๋ยวเสียงพวกมึงเข้าตากู ภาพจะไม่ชัด
   กร : เสียงนะพี่ ไม่ใช่แสง

   .... ทุกคนเงียบ พร้อมกับดูการแข่งขันกันอย่างสนุกสนาน แต่ก็แค่พักเดียว

   ทันใดก็มีเสียง โวยดังขึ้นจากโต๊ะที่มุมร้าน ผัวเมียคู่หนึ่งทะเลาะกัน เพราะผัวมากินข้าวกับนาย แล้วไม่โทรบอก โทรตามก็ไม่ติด (ผมจับประเด็นจากเสียงที่ลอยมา เมื่อช่วงแรก ๆ)  แต่แค่นี้ถึงกับต้องอาระวาด แทบร้านน้องผมพังเลยเหรอเนี่ย ....

    อุ่น : เห้อ .... น่าสงสารผู้หญิงนะครับ เขาต้องมาทุกข์เพราะไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เหมือนจะมีแสงวาบขึ้นมารอบหัวกะบาลมันเลยทีเดียว เพราะทุกคนในร้านมั่นไส้อีเจ้คนนี้มาก ๆ แล้วไอ้ผัวก็ยอมเขาซะทุกอย่างซะงั้น ทั้งที่ดู ๆ ก็ไม่ได้ทำผิดอะไร ก็เห็นมีเบียร์ สองขวด กับข้าวเต็มโต๊ะ ผุ้หญิงก็ไม่มี แต่ไอ้อุ่น กลับมองต่างมุมได้ซะขนาดนั้น
    กร : เมียก็แบบนี้แหละ เป็นลงทุนที่โง่ที่สุดในชีวิตผู้ชายเราแล้วล่ะ ไม่รู้ไปซื้อแม่งมาทำไม โห... ไอ้ฝั่งนี้พูดสิครับ โลกเรามีสองด้านเสมอจริง ๆ ว่ามั้ยครับ
    อุ่น : พี่... พุดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ มันเป็นเรื่องความรัก แล้วก็ประเพณีนะพี่
    กร : เหรอ !?... ปกติอะไรที่กูต้องจ่ายเงินเพื่อให้ได้มันมา กูเรียกว่า ชื้อ ทั้งนั้นแหละ
    อุ่น : .... 
       ทุกคนเองก็เริ่ม รู้สึกว่าวิถีทางโลกของไอ้กรนี่มันเข้าถึงง่ายดีเหมือนกันแหะ 
    เปี๊ยก : ก็ดูท่าจะใช่นะพี่ วันนี้เปี๊ยกสงบปากสงบคำ เพราะมันโดนหน้าที่ขับรถกลับบ้าน ไม่งั้น วัตถุเมาไว อย่างมันคง โดนองค์ลงไปแล้ว

     ทุกคนนั้งกินกันต่อ คุยกันสนุก แต่สิ่งที่กรพูดทำให้ผมหวนคิดถึงสังคมไทย ที่เราทำให้เรื่องความรักเป็นเรื่องซื้อขาย ผมว่ามันทำให้คนเป็นผัวเมียกัน รักกันแบบหวังผลกำไร เพราะมันได้ลงทุนไปแล้วนี่ครับ ต้องจ่าย ต้องสร้าง เพื่อให้ได้ครอบครอง เมื่อได้มาแล้วเกิดอะไรขึ้นก็ต้องมาคิดในใจว่า คุ้มค่าหรือเปล่าที่ซื้อมันมา.......     หรือธรรมเนียม(ทำเนียน)ไทยอันนี้ จะไม่เหมาะกับสังคมเมืองของชนชั้นกลางในปัจจุบันแล้ว
    ผมเก็บเอาเรื่องนี้มานั้นคุยเล่น ๆ ตอนจิบเบียร์กับพ่อ เมื่อเย็นวาน พ่อเล่าว่า สินสอด น่ะเป็นคำที่ตรงไปตรงมามาก เพราะมันต้องมี สิน(ทรัพย์) เขาถึงจะยอมให้ สอด(ใส่)    แต่เมื่อก่อน นับย้อนได้หลายร้อยปี เขาให้ฝ่ายชายแสดงฐานะว่าจะเลี้ยงลุกสาวเขาได้ ไม่ใช่เอาเงินทองมาให้พ่อแม่อีกฝ่ายแบบนี้

    อืม.... มันก็น่าคิดเหมือนกันนะ

Comment

Comment:

Tweet

ธรรมเนียมปกติ ของครอบครัวค้าขาย
พอเขาขอสินสอดพ่อแม่ฝ่ายชายเท่าไหร่
พ่อแม่ฝ่ายหญิงเขาจะให้เงินมากองเท่ากัน
ไม่ให้น้อยหน้า และเพื่อให้ศัดิ์ศรีในครอบครัวเท่ากัน

แต่สำหรับบางแห่ง
กลับกลายเป็นจ่ายเงินให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง
มันก็ไม่ต่างกับซื้อจริงๆนั่นแหละ

นอกจากไม่มีเงินมาตั้งตัวแล้ว
บางทียังต้องเป็นหนี้เพื่อให้ได้แต่งด้วย
เงินที่ให้พ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวไปเขาจะไปทำไรก็ได้

มันก็เลยบิดเบี้ยวอย่างที่เห็น..

อีกแบบดีหน่อย สินสอดที่ขอมาเท่าไหร่
พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็จะให้สินสอดที่เรียกนั่นแหละ
มาให้ครอบครัวใหม่ตั้งตัว (เรียกเป็นพิธีให้รู้ว่ามีกำลังหาเงิน สะสมเงินเป็น)

แบบที่ 2 น่ะน่ากลัวสุด...อิอิ

#14 By granun on 2009-02-19 14:34

"เห้อ .... น่าสงสารผู้หญิงนะครับ เขาต้องมาทุกข์เพราะไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง"

เราว่าประโยคนี้ก็เจ็บแสบ มากกว่าให้ใครมายืนด่าโน่นนี่อีกนะ
...................

เคยได้ยินแต่ธรรมเนียมที่
บ้านเจ้าสาวเรียกสินสอด พอฝ่ายชายหามาให้
พ่อแม่ฝ่ายหญิงก็ต้องมีของขวัญแต่งงาน เป็นจำนวนเงิน"สองเท่า" ของสินสอดเพื่อให้คู่แต่งงานใหม่ใช้เป็นสินสมรส นะคะ

#13 By PoY on 2008-10-07 16:34

อืมๆ
เลือกเอาเนอะ..wink

#12 By kemkem on 2008-08-26 22:23

ทั้งคุณกร คุณอุ่นนี่ ใช่ย่อยทั้งคู่จริงๆครับ sad smile

ผมชอบที่คุณพ่อพูดจัง เรื่องสินสอด หุหุ

ผมว่าไม่มีใครคิดผิด ข้อโต้แย้งของทั้งคู่มีเหตุผลเพียงพอทีเดียว แต่มองจากมุมที่ต่างกัน(สุดขั้ว)sad smile

#11 By มนุษย์กล่อง on 2008-08-26 12:51

เป็นคนที่อยู่ในเหตุการณ์นี่...ท่าทางจะเครียดเหมือนกันแฮะ...



confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#10 By ||┃Junshoku|┃||┃ on 2008-08-26 07:56

สินสอด ... ฮ่าๆๆๆ


อ่านะ!!!
สินสอดทองหมั้นไม่อยากได้หรอกค่ะ อยากได้ใจและความซื่อสัตย์มากกว่าbig smile

#8 By Meowzilla Zilla on 2008-08-25 21:17

อืม ก็หนุกดีครับ เพราะหมาไม่ค่อยได้เจออะไรแบบนี้หรอก เนื่องจากไอ้เพื่อนๆๆๆ ขาเหล้าทั้งหลายเนี่ยแหละตัวซาตานทั้งนั้น คนปกติอย่างหมาก็เลยมีรัศมีเรื่องรองรอบหัวไปอย่างช่วยไม่ได้... (แต่ยังไงความเห็นในโต๊ะก็ออกไปในทางเสื่อมแทบทั้งนั้นล่ะครับ...)

เรื่องสินสอดมันแยกเป็น 2 ส่วนนะครับ คือสินสอด กับทองหมั้น (ไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้ยังเรียกแบบนี้รึเปล่า) สินสอดน่ะเป็นตัวเงินครับ ส่วนทองหมั้น ก็คือของหมั้นสารพันที่ไม่ใช่เงินนั่นเองครับ ...หรือฝ่ายชายเราควรจะยื่นคำขาดไปดีมั้ยว่า "จะเอาสินสอด หรือจะเอาทองหมั้น? เลือกได้อย่างเดียวเท่านั้น" question

#7 By cosmoguy on 2008-08-25 19:56

ถึงจะอยู่คนละขั้วกันแต่ก็นั่งบนโต๊ะเดียวกันได้

ผมว่าถ้า2คนนี้คุยกันบ่อยๆ คนที่นั่งฟังคงได้มุมมองที่คาดไม่ถึงอีกเพียบเลยล่ะครับ confused smile

ปล.เห็นด้วยกับ Rep1 เหมือนกันครับ big smile

#6 By SkyKiD on 2008-08-25 18:30

เฮ่อ..ดีนะที่ไม่ได้เป็นนักยิมนาสติก
...

#5 By ลำดวน on 2008-08-25 16:53

อืม...ของบางอย่างมันก็อยู่ที่เราทั้งสองคนอ่ะนะ
มีมากก็โดนนินทา มีน้อยก็โดนว่า
อย่าไปใส่ใจกับคำพูดชาวบ้านเลย
เราไม่ได้ขอข้าวใครกิน...

#4 By Lonely season on 2008-08-25 15:22

เห็นด้วยกับคอมเม้นต์ 1

(ลอก)

(ทำเนียน.....)
สินสอดจริงๆด้วย...........

#2 By lumin on 2008-08-25 15:04

ธรรมเนียมหนอไม่ใช่ทำเนียม

เป็นคู่ที่ดูน่าสนุกดีแหะ เหมือนจับเอาเทวดากะปีศาจมานั่งคู่กันเลย

เรื่องการเรียกว่าสินสอดก็ถูกแหะ คิดว่ามันเพี้ยนไปเรื่อยๆ เพราะไอ้ยอดเงินที่ฝั่งพ่อแม่เจ้าสาวได้รับ มันเป็นหน้าเป็นตานะสิ ได้น้อยนัก ชาวบ้านมันนินทา นิละหนา มนุษย์เราsad smile

#1 By Ellebazi on 2008-08-25 14:30