ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะหลังไหลในความหวานของน้ำตาล และความสดชื่นเมื่อได้รับประทาน น้ำตาลแทบกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตเราไปซะแล้ว แต่ใครกี่คนล่ะครับจะทราบถึงโทษของน้ำตาล ผมได้ไปพบเรื่องราวที่แสนน่ากลัวของน้ำตาล จึงได้หยิบเอาเล่าสู่ทุกคนฟัง  ข้อเสียแต่ละข้อนี้ มีผลงานวิจัยรองรับเพียง 1-2 งาน และบางรายงานระเบียบวิจัยไม่ถูกต้อง
1. น้ำตาลทำให้เกิดการลดฮอร์โมนเจริญเติบโต
2. น้ำตาลทำให้ผิวหนังพุพองในเด็ก
3. น้ำตาลทำให้เกิดผื่นคัน ภูมิแพ้ในเด็ก
4. น้ำตาลมีผลต่อการเรียนของเด็ก มีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก
5. น้ำตาลทำให้ขาดแร่ธาตที่จำเป็นได้แก่ โครเมียม  ทองแดง
6. น้ำตาลบางชนิดขัดขวางการสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก กระดูกอ่อนและเอ็น ทำให้กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง
7. น้ำตาลทำให้เกิดการรับกวนการดูดซึมโปรตีน อาจทำให้เด็กโตช้า
8. น้ำตาลทำให้เด็กคลอดออกมามีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
9. น้ำตาลต่ำมีผลต่อสมอง เพราะสมองใช้น้ำตาลกูลโคสจากเลือดสร้างพลังงาน
10. น้ำตาลสูงเพิ่มโตรกรีเซอร์ไรด์ในเลือด
11. น้ำตาลน้ำลด high density lipoprotien ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยขนส่งไขมันในเลือด
13. น้ำตาลรบกวนการดูดซึมแคลเซี่ยมและแมคนีเซี่ยม
14. น้ำตาลมีผลเสียต่อสายตา (น่าจะมาจากโรคเบาหวานทำให้เกิดต้อกระจก)
15. น้ำตาลทำให้เกิดการหลั่งของสัญญาณประสาทได้แก่ โดปามีน  เซโรโทนิน และนอร์อิฟิเนฟริน
16. น้ำตาลทำให้เกิดกรดในทางเดินอาหารจากการหมักโดยแบคทีเรียในลำไส้เล็ก
17. น้ำตาลทำให้เกิดโรคพิษสุราเรื้อรัง
18. การกินน้ำตาลทำให้เกิดโรค ภูมิแพ้ตัวเอง (autoimmune diseases) เช่น ปวดข้อ  หอบหืด multiple sclerosis เป็นต้น
19. น้ำตาลทำให้เกิดนิ้วในไต ทำให้ไตมีขนาดโตขึ้น และยังทำให้เกิดนิ้วในถุงน้ำดี และท่อปัสสาวะ ได้อีกด้วย
20. น้ำตาลทำให้เกิด hemorrhoids
21. น้ำตาลทำให้เกิดเส้นเลือดขอด
22. น้ำตาลทำให้เกิดไส้ติ่งอักเสบ
23. น้ำตาลทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน
24. น้ำตาลทำให้เกิดการแพ้อาหาร
25. น้ำตาลทำให้เกิดความผิดปกติในโครงสร้าง DNA เพราะน้ำตาลเป็นส่วนประกอบของ DNA
26. น้ำตาลทำให้แก่เร็ว ผิวหนังเหี่ยวย่น
27. น้ำตาลทำให้เกิดการเพิ่มของ LDL
28. น้ำตาลทำให้เกิดการลดการทำงานของ เอนไซม์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคพาร์กินสัน พบว่าผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจะมีการบริโภคน้ำตาลสู้กว่าปกติ
29. น้ำตาลทำให้ให้เกิดตับโต
30. น้ำตาลทำให้เกิดการทำลายตับอ่อน
31. น้ำตาลทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับสายตา
32. น้ำตาลทำให้เกิดความกระวนกระวาย
33. น้ำตาลทำให้เกิดอาการปวดศรีษะ รวมทั้งไมเกรน
34. น้ำตาลทำให้เกิดความเครียด
35. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อ
36. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์
37. น้ำตาลทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมน
38. อาหารที่มีน้ำตาลสูงทำให้เกิดอนุมูลอิสระ
39. น้ำตาลทำให้เกิดอาการชัก
40. น้ำตาลสูงทำให้เวียนหัว
41. ในหญิงมีครรภ์ น้ำตาลทำให้เกิดภาวะผิดปกติของตัวอ่อน
42. พบว่ามีการทำลายสมองในหญิงที่เป็นโรคเบาหวาน
43. น้ำตาลทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคโปลิโอ
44. กลูโคสปริมาณสูงฆ่า เซลล์ได้
จากหนังสือ “น้ำตาล” โดย รศ.ดร. ฤดี สุราฤทธิ์ ส่งเสิรมโดย  สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสิรมสุขภาพ)
*** ส่วนผมไปก็อบเค้ามาอีกที จาก www.menblog.co.cc

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

O_O
โห...

ตายล่ะ!!
เรานี่ตัวชอบกินขนมหวานเลย
อะไรที่ใส่น้ำตาลกินหมด...
แต่ก็ ไม่ได้กินเยอะอ่านะ แหะๆๆๆ (ปลอบใจตัวเองเข้าไว้)


คุณชาเย็นกำลังกระชากไปหาหมออยู่เนี่ย พักหลังปวดหัวตุบ ตุบ เฮ้อออ
ม่ายอ่าววววววว
26. น้ำตาลทำให้แก่เร็ว ผิวหนังเหี่ยวย่น
ข้อนี้น่ากลัวที่สุดwink

ปล.มีงานวิจัยนึงเคยบอกนะคะว่าน้ำตาลช่วยคลายเครียดได้ เพราะเวลากินของหวานจะรู้สึกผ่อนคลาย แต่อันนี้ไม่รู้ว่าจริงไหมsad smile
ผมว่ากินบ้างก็ดีครับ เพราะจริง ๆ ถ้าไม่กินเลยก็มีข้อเสียอีกนั่นแหละ
หวานไปก็ถึงตายนะเนี่ยะsad smile

#4 By V@R on 2008-08-13 12:19

ปกติไม่ค่อยชอบกินหวานเท่าไรนะ
แต่เวลาเหนื่อยๆ
กินของหวานๆมันก็ช่วยได้นะคะ

ทางที่ดีควรกินให้พอดีๆ
จะดีกว่านะคะ
Hot!

#5 By ~memay~ on 2008-08-13 20:03

อะไรมันจะเลวร้ายขนาดนั้นsad smile

#6 By ฟิวส์ on 2008-08-13 20:27

ไม่ค่อยทราบเรื่องนี้แฮะ แต่อ่านตรงตัวสีเทาๆ แล้ว ท่าทางคงไม่ต้องกลัวมันมากมายขนาดนั้นหรอกมั้งครับ?

(เพราะยังไงหมาก็ชอบทำขนมนะ ถ้าไม่มีน้ำตาลก็ทำขนมไม่ได้น่ะสิ)

#7 By cosmoguy on 2008-08-13 22:03

ง่ะ...

ก็ L บอกว่า น้ำตาลมีประโยชน์อะ..

ก็เลยเชื่อ...

confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile

#8 By ►Junsh◎ku on 2008-08-14 07:35

สยองมากมาย

#9 By 9rockky-hi tech on 2008-08-18 20:01

อูย!!!!

น่ากลัวจัง ชอบกินหวานซะด้วย จะลดยังงัยดีเนี่ย ไม่ให้อยาก

เฮ้อ!

ปล.ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ทั้งที่ลดหุ่น และ เรื่องน้ำตาลนี้ด้วยนะคะbig smile

#10 By lamoon on 2008-08-18 22:10

เย่ย....
แล้วเค้าจะผลิตน้ำตาลมาทำไมวะเนี่ยะ
ของชอบซะด้วยสิ พวกขนมหวานๆเนี่ยะ

#11 By ลำดวน on 2008-08-22 08:36

เรื่องจริงของโรคเบาหวาน

สวัสดีครับจากทีได้พบวิธีการรักษาเบาหวานแบบหายขาดของคุณ
ธิดา อึ้งนภารัตน์ ที่ละเวปไซต์ได้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว หลังจากได้นำมาให้
ญาติๆลองทานดูพบว่าจริงอย่างในเวปบอกครับ น่าอัจศจรรย์มากดูไม่
น่าเชื่อว่าสมุนไพรไทย เมื่อเข้ายาเป็นสูตรโบราณแล้วจะสามารถรักษา
ให้เบาหวานหายขาดได้ ผมมีตัวอย่างคนไข้มานำเสนอดังนี้

ชื่อ ที่อยู่ปัจจุบัน ระยะเวลา ระดับน้ำตาล
ก่อน หลัง
1. นางเวียงนอม มีหวายหลึม 31/1ม.9 เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด 25 200 160
2.นางคำ บุปผาสร้อย 19ม. ต.ปาผาจ.ร้อยเอ็ด 15 300 108
3.นางทองใบ ศรีหนองจิก 221ม5ต.ดงลานอ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด 3 300 90
4.นายอาทร รุ่งผดุง 158ม4ต.ดงลานอ.เมืองจ.ร้อยเอ็ด 10 220 106
5.นางบุญโฮม เจริญเขต 73 ม6 เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด 5 250 150


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างครับ ยังมีอีก 22 ท่านที่ไม่ได้ลงราย
ละเอียดไว้ ปัจจุบันที่ไปตรวจทุกๆ 3 เดือน ตรวจแบบนี้มา 2 ปีแล้วก็ยังไม่
พบว่ากลับมาเป็นโรคเบาหวานอีก

ซึ่งผมอยากทุกท่านได้ช่วยกันเผยแพร่ให้กับท่านอื่นๆที่เป็นและ
กำลังทรมานกับโรคเบาหวานให้หายขาดได้หากท่านอยากทราบถึง
ข้อมูลดังกล่าวท่านสามารถติดต่อโทรมาปรึกษาได้ที่ คุณ ธิดา ที่เบอร์
083-3459197
หากหายแล้วให้ยกมือท่วมหัวและระลึกถึงปู่ที่มาช่วยให้
ท่านหายขาดจากโรคร้าย

#12 By รุจิรา (125.26.228.224) on 2009-05-06 18:34