ผมขอเอาอันเดิมมาด้วยรวมไว้ด้วยเลยนะครับ   ที่หายนานเนี่ยเพราะเรื่องตั้ง 45 เรื่องรวมกันแล้วมันยาวมากเลยนะ ผมเลยพยายามลดทอนให้สั้นลงแต่ยังคงอ่านเข้าใจน่ะครับ แต่มันยังยาวอยู่ดี   ฉนั้นคราวนี้ผมขอลง 1 - 10 ก่อนครับ
----------------------------------

    ออกตัวกันก่อนว่า เมื่อครั้งยังเรียนผมเป็นเด็กที่ไม่ใช่เด็กเรียน หรือคนในกรอบนักหรอก เพราะต้องพยายามหาตังค์ในระหว่างเรียนด้วย เหตุผลก็ไปดูได้จากตรงนี้  แต่โชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตผมคือการได้มีโอกาศรู้จักกับคนกลุ่มหนึ่งที่จากการทำกิจกรรมในระหว่างเรียน การพบคนเหล่านี้ทำให้มุมมองหลาย ๆ อย่างในชีวิตของผมเปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิง โดยมันมาจากการพูดคุยกับท่านเหล่านั้น พวกท่านเป็นกลุ่มเศษรฐีใหม่ ที่รวมกลุ่มกันและผมก็มักได้รับความเอ็นดู ให้ไปร่วมฟังการสนทนา อยู่บ่อย ๆ มันจึงเป็นที่มาของ 45 โยคเด็ดในชีวิตผม ซึ่งผมยังคงจดบรรทึกไว้เพื่อ เอาออกมาอ่านอยู่เสมอ เพื่อเตือนใจตัวเอง

1.  23 พฤษภาคม 2542  
    ผมไปนั้งในกลุ่มผู้ประกอบการกลุ่มหนึ่งในฐานะเด็กที่มาช่วยงาน ทุกคนกันสนุกมาก แล้วก็หันมาถามผมว่า "แล้วจบไปจะไปทำงานอะไร"  .....  ผมคิดไว้ตั้งแต่เป็นเด็กจะไม่ทำงาน ผมตอบไปว่า "ผมจะสร้างงานเองครับ" หลังผมตอบ ทุกคนเงียบมองหน้ากัน แล้วปล่อยก๊าก อย่างเฮฮาออกมา ผมถึงกับหน้าถอดสี นี่ความคิดกูมันน่าขำ อย่างนั้นเลยเหรอวะ ? แต่แล้วผมก็ถูกคนที่นั้งอยู่ข้าง ๆ ตบหลังเบา ๆ ทั้งที่คนตบยังหัวเราะอยู่ "ดี...พี่ชอบความคิดเธอมาก ทุกคนที่นั้งอยู่ที่โต๊ะนี้ก็เคยคิดอย่างเธอนี่แหละ" มันทำหัวใจผมพองโตเลยล่ะ

 

2. ปลายมิถุนา 2542
    ผมเริ่มเป็นที่ถูกชะตาของผู้ใหญ่กลุ่มนี้ พวกท่านมักชวนผมไปเดินเล่นด้วยเวลาไปตีกอล์ฟ หรือไปทำบุญ หรือไปทำการกุศล แต่ไม่ใช่ในฐานะเด็กมาช่วยงาน พวกท่านมักบอกกับทุกคนว่า ผมเป็นลูกหลาน วันนั้นผมถูกชวนไปงานเลี้ยงรับปริญญาเอก ลูกสาวเพื่อนของท่าน งานทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ในงานมีข้าราชการชั้นผุ้ใหญ่หลายคน มีแต่คนที่  ดร.  รศ.   ผศ.   ศ.  หรืออะไรก็ไม่รุ้อีกเยอะแยะ มันน่าชื่นชมมากสำหรับคนเรียนไม่เก่งอย่างผม ในตอนกลับผมได้มีโอกาศคุยกับท่่านเยอะหน่อยเพราะเป็นการขับรถข้ามจังหวัด ใรการสนทนาเยอะแยะที่เกิดขึ้น ผมพูดขึ้นว่า "ผมอยากจะเรียนสูง ๆ อย่างนั้นบ้างจัง"  ผมก็ถูกถามสวนกลับมาทันที "ใหนว่าจะสร้างงานไง" ผมก็แปลกใจนะ "เพราะเรียนสูง ๆ ไปสร้างงานไงครับ"  ท่านก็ถามกลับแบบเป็นคำตอบในตัวมาเลย "แล้วเห็นอาจารย์ สอนวิชาเศษรฐศาสตร์ กับวิชาการลงทุน  หรือการเงิน  ทำธุรกิจแล้วรวยกันบ้างมั้ย พวกนั้นจบ ด็อกเตอร์กันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ ?" เออแหะ... แต่ผมก็ต้องถามเพราะผมยังสงสัยด้วยวัยของผม ผมถูกที่บ้านสอนมาตลอดเรืองการเรียนว่ามันทำให้เรารวย "อ้าว ! ....  งั้นเราก็ไม่เรียนก็ได้สิครับ"  ผมว่าท่านก็ใจดีนะครับ ผมเองมาคิดถึงตัวเองในวันนนั้นยังว่าตัวเองน่าลำคาญเลย "วุฒิการเรียนน่ะ จำเป็นสำหรับลูกจ้างเท่านั้นแหละ  เคยเห็นใบประกาศที่ใหนกำหนดวุฒิเจ้าของกิจการหรือเปล่าล่ะ" "งั้นก็ไม่จำเป็นต้องเรียนสิครับ ?" "ไม่ใช่ทั้งหมด...... การเรียนน่ะไม่สำคัญเท่าการศึกษาหรอก เรียนต้องรอคนสอน  ศึกษาคือหาเอง คนเราก็จำเป็นต้องเรียน ไม่งั้นจะศึกษาได้ไง แต่ถ้าจมอยู่กับการเรียน เราจะไม่รู้จักศึกษาอไรเลย"  ผมอาจเขียนตกไปบ้าง แต่ท่านพูดประมาณนี้จริง ๆ มันให้ผมเห็นอะไร เปลี่ยนไปอีกแล้ว

 

---------------------------------------------------------------------

 

     โดนเมลล์มาต่อว่าเรื่องเขียนต่อช้า ... งานยุ่งมาก ๆ น่ะครับ วันนี้ได้โอกาศเหมาะแล้ว แต่คงพิมพ์ไปได้แค่บางเรื่องก่อน เอาเป็นว่าผมจะจัดเรื่องไว้เป็นหมดหมู่ก็แล้วกัน อย่างครั้งนี้เป็นเรื่อง เวลา เพื่อจะได้อ่านแล้วรุ้สึกว่าเป็นชุด ๆ เข้าใจง่าย สำหรับใครที่ยังไม่อ่านเรื่องที่ผ่าน กลับไปอ่านก่อนก็ได้นะครับ แล้วผมจะค่อย ๆ แงะออกจากบันทึกมาให้นะครับ

-----------------------------------------------------------------

3. ช่วงนี้ผมต้องทำงานส่งอาจารย์ ใหนจะงานชมรม ใหนจะงานส่วนตัวที่รับเค้ามาทำ ใหนจะเวลาต้องให้กิ๊ก(ก็คนปกติคนหนึ่งต้องมีบ้างแหละ) แค่ 3-4 อย่างมาพร้อม ๆ ผมก็แทบจะบ้า แต่ผมก็ต้องมาแปลกใจเมื่อเห็น  เฮียคนหนึ่งในกลุ่มผุ้ใหญ่ที่ผมรู้จัก ทำงานตั้งมากมายหลายอย่าง แล้วยังสำเร็จทุกอย่าง แล้วยังเห็นแกก็มีเวลาไปทำบุญ ไปบริจาคของช่วยคน ทั้งยังไปเล่นกีฬาออกกำลัง แล้วยังมีเวลาให้ครอบครัวที่อบอุ่นได้อีกตะหาก กระทั่งวันหนึ่งผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเฮีย หลังการเอาวัสดุก่อสร้างไปช่วยชาวบ้านซ้อมสะพานที่โดนน้ำซัดพังไป(พวกข้าราชมีไว้ทำไมผมก็ยังแปลกใจ)  เสร็จธุระเรากลับมาเดินเล่นด้วยกันอีก 9 หลุม ได้โอกาสผมเลยต้องถามสิ่งที่สงสัยมานาน "เฮียครับ ผมเห็นเฮียทำอะไรบ้างก็ไม่รู้นับอย่างแทบไม่ถ้วน แล้วเฮียเอาเวลาที่ใหนไปทำครับเนี่ย" "คนทุกคนมีเวลาเท่ากันนั่นแหละ เฮียก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากับทุกคน เฮียเห็นคนส่วนมากชอบบ่นว่าไม่มีเวลา  แต่พอมีเวลา เฮียก็ไม่เห็นเขาทำอะไร นอกจาก ฆ่าเวลา"  จบปัญหาคาใจไปเลยครับ กระจ่างชนิดที่มีแสงออกมารอบตัวผมตอบนั่นเลย ตั้งแต่นั้นมาผมก็ไม่เคยฆ่าเวลาอีกเลย(บางทีก็เผลอบ้างแหละครับ) จนผมถูกคนรอบ ๆ ข้างมองว่าเป็นตัวประหลาดก็บ่อย ๆ

 

4. ตอนนี้อยู่ปี 4 แล้วผมต้องทำงานมากขึ้น ทั้งงานเพื่อการเรียน  งานเพื่อเงิน   และงานเพื่อหัวใจ  ผมแทบไม่ได้เห็นหน้าเพื่อน ๆ ร่วมชั่นเรียน เพราะนอกจากเวลาที่ผมต้องไปเรียนแล้ว และเวลาที่เธอมาเรียน(ผมชอบไปเพื่อมองเธอ) ผมก็จะไม่เข้าไปที่ภาควิชาเลย ผมเริ่มเหนื่อย ผมเริ่ม เบื่อ ผมเริ่มท้อ วันหนึ่งผมได้มีโอกาสปรับทุกข์กับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เพราะผมขอติดรถไปต่างจังหวัดกับท่านด้วย "ผมล่ะเหนื่อยมากเลยครับอา คนอื่นได้หยุดพักผ่อนเสาร์ อาทิตย์ ได้ไปเที่ยว แต่ผมทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้" เราคุยกันมาหลายประโยค ตลอดเส้นทายนับร้อยกิโลที่ผ่านมา แต่พอผมเริ่มแสดงอาการท้อ ท่านก็สั่งให้คนขับรถขับข้าลง "วันหยุด ใครกำหนดล่ะหนวด(ผู้ใหญ่หลายท่านเรียกผมแบบนี้เพราะผมมีหนุดเคราเยอะบางทียุ่งกับงานจนไม่ค่อยได้โกน เลยมักถูกเรียกว่าหนวด) "  "ก็เรานี่แหละครับอา" "อืมใช่.... แล้วเรายังจะไปเป็นทาสสิ่งที่เราสร้างขึ้นรึไง ?" เหมือนโดน อา กระโดดถีบ ยอด อก เลยครับผมเลิกบ่นเรื่องนี้ในทันที และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเลยครับ

-------------------------------------------------------------------------------

5. ความท้อที่ยิ่งใหญ่ : ผมหมดไฟอย่างสิ้นเชิงหลังจากรู้ชะตาว่า ผมคงไม่ได้จีบหญิงคนนั้นที่ผมหวัง ถึงจะทำงานหนักแค่ใหนก็ตามที ผมหยุดทำงานในสุดสัปดาห์ ไปเดินเล่นกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เพราะระหว่างเดินเล่นกันผมมักได้ฟังท่านเล่าอะไรดี ๆ ให้ฟังเสมอ แต่ครั้งผมถามก่อนเลย "คุณลุงครับ ผมจะทำยังไงกับอนาคตผมดีครับเนี่ย ผมฝันไกลไปหรือเปล่าก็ไม่รู้" "ฉันจำได้ว่า นายพูดว่าจะสร้างงาน ไม่ไปของานใครทำ มันก็ดีแล้วนี่ ทำไมเหรอ คิดจะเลิกแล้วเหรอ" "ผมกลัวผมทำไม่ได้สิครับ" "รู้ว่าจะล้มเหลวก็ต้องทำต่อ" "อ้าว ! ทำไมล่ะครับ แบบนี้ก็เสียเวลาเปล่าสิครับ" "ถ้านายเลิกสิเสียเวลาชีวิตไปเปล่า ๆ ถ้ามันดีแล้วทำไปเถอะ นายหวังไกลเกินคนอื่น ก็ต้องเหนื่อยเกินคนอืน เป็นธรรมดา คนอื่นตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้ 10 กม. อีกไม่นานพวกเขาก็จะประสบความสำเร็จ แต่นายตั้งไว้ 100 กม. นายอาจล้มเหลวจนลุกไมได้ตอน กม. ที่ 50 ที่นั่นก็แปลกว่านายมาไกลกว่าคนอื่นมากแล้ว จำไว้นะ ความล้มเหลวของยอดคนน่ะ ยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จคนธรรมดา เสมอ" คิดแล้วผมล่ะทุเรศความอ่อนแอตัวเองในตอนนั้น

 

6. พอผมเริ่มทำงาน มีผุ้ใหญ่ท่านหนึ่งแนะนำให้ผมเป็นลูกจ้างลองดูซักครั้ง แล้วโลกจะกว้างขึ้น "ทำไมล่ะครับพี่ ผมตั้งเป้าของานใครทำนะ ผมจะสร้างงาน" "ใช่นั่นอุดมการณ์ของแก แต่แกรู้มั้ย อุดมการณ์น่ะทำให้มุ่งมั่นแบบนี้ก็ดีแล้ว แต่บางครั้งอุดมการณ์ก็ทำให้โลกทัศน์ของแกแคบลงเลื่อย ๆ ได้เหมือนกันนะ รองทำในสิ่งที่ไม่ยากหรือคบกับคนที่เขาคิดต่างกับเราดูสิ" ok เลย ผมไปสมัครงานเป็นลูกจ้างในวันต่อมาเลย แล้วก็จริง ๆ นั่นแหละมันให้อะไรมากเลย

 

7. เป็นลูกจ้างมา 6 ที่ใน 1 ปี ... ผมทำหลายที่พร้อมกันน่ะครับ ไม่ใช่ออกงานบ่อยนะ  ผมก็สังเกตุเห็นอย่างหนึ่งในสังคมการทำงาน ที่แก่งแย่งชิงดี จนผมได้กลับไปพบกับผู้ใหญกลุ่มนี้ เพราะทุกคนไปในงานวันเกิดของผู้ใหญ่ท่านหนึ่งกลุ่มนี้ "เห้ย.. เป็นไงวะ รองทำงานเหมือนที่ ไอ้...แนะนำหรือยัง" "ทำแล้วครับเฮีย" "ดูสีหน้าตอบสิ พี่ว่าดูจะไม่ชอบเอามาก ๆ เลยสิท่า"ผุ้ใหญ่อีกท่านแซวต่อ "ก็มันน่าเบื่อนี่คครับ ทะเลาะกัน ขายกัน แทงข้างหลังกัน เพื่อแลกกับเงินไม่กี่บาทน่ะครับ" "นี่แหละหนวด  มันคือสัตว์สังคมล่ะ  ทุกคนน่ะอยากอยู่เหนือคนอื่นเสมอ แต่วิธีที่ทำให้เราอยู่เหนือคนอื่นมันมีแค่สองวิธี วิธีแรกคือพัฒนาตัวเองจนสูงขึ้นไป  ส่วนวิธีที่สองคือดึงให้คนอื่นตกต่ำลงไปกว่าเรา  ........  แล้วคนส่วนมากเลือกใช้วิธีที่สอง" อืม.... เข้าใจ สัตว์สังคมเลยแหะ -_-"

 

8. ปีที่ 2 ผมเริ่ม เอาเงินเก็บตัวเองที่มีเก็บออมไว้มาหัดลงทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ ..... ผ่านไปจนกระทั่งหมดปีที่สอง ผมล้มเหลวในทุกการลงทุน !   .....  ยังดีที่ทุกสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนผมยังมีโอกาศได้พี่พบเลี้ยงในสนามลงทุนของผม ผมไปเดินเล่นกันแต่เช้าเหมือนทุกครั้ง "เห้ยเป็นไงวะ คราวนี้ผลประกอบการเป็นไง ?"  คำตอบก็เหมือนทุกครั้ง "เหมือนเดิมครับ" "เออดี ๆ งั้นปีนี้รวมแล้ว 5 อย่างแล้วสิ" "ครับ... T_T" พี่ก็ว่าดีทุกครั้งนั่นแหละ จะบ้าตาย "แล้วเมื่อไหร่ผมจะสำเร็จบางล่ะพี่" "ก็เอาไว้เอ็ง เจ๊งจนสาแก่ใจนั่นแหล่ะ" นั้น... ยังมาตอบกวนซะงั้น ฟาดด้วยหัวไม้ดีมั้ยเนี่ย  "โหพี่.... คำตอบพี่ทำผมท้อแล้วนะเนี่ย" "555 .... พี่ตอบจริง ๆ นะโว้ย  ก็พี่เห็นเองไม่เบื่อที่จะเจ๊งซักที จะทำอะไรก็เอาเงินไปวาง แล้วก็ปล่อยให้มันเป็นไป ไม่ได้ไปใส่ใจอะไรกับมันนี่หว่า การลงทุนน่ะไม่เหมือนการหยอดกระปุกออมสินนะ ไอ้บ้า!" ก็เพราะแบบนี้แหละครับ การลงทุนครั้งต่อมาของผมถึงได้ ไม่เจ๊ง

 

9. ผมเริ่มลงทุนทำธุรกิจแล้วได้กำไรเป็นครั้งแรก ผมดีใจมาก ๆ ผมรอวันไปเดินเล่นครั้งหน้ากับผุ้ใหญ่ในคราวหน้า "ผมได้กำไรแล้วครับ ดูท่ามันจะพาตัวเองไปได้แล้ว" "อืม...ดีแล้ว ว่าแต่เธอจะทำอะไรต่อล่ะ" "ผมกะจะดูตัวนี้รอดก่อนครับ เดี่ยวล้มอีกจะแย่เอา" "ไม่ต้องรอหรอก ลงมือเลย ได้จะได้รู้ไงว่า ถ้าต้องทำหลายอย่าง จะต้องดูแลมันยังไง" "เอ้า !... มันเพิ่งสำเร็จนะครับเฮีย... ถ้ามันล้มขึ้นมาจะทำไงล่ะครับ"  "ก็ดีสิ จะได้ประสบการณ์ไง" เวรกำ...พยายามมาตั้งนานสูญเงินเก็บไปค่อนล้านไม่เห็นคุณค่าความพยายามผมเลยเหรอเฮีย T_T   "ทำเถอะอายุเท่านี้เรียนรู้ให้ครบซะ พอโตขึ้นจะได้เป็น เด็กน่ะเดินได้เพราะเขาลองเดินเองนะ ไม่ใช่เพราะดูพ่อแม่เดินให้ดูอย่างเดียว" แต่ผมก็บ้ายุแหะ ทำตามเค้าบอกเฉยเลย

 

10. แน่นอนครับ ผมล้มอีกครั้ง ทั้งกิจการใหม่พร้อมกิจการที่เพิ่งสำเร็จไป รอบนี้เซ็งแบบโคตร ๆ กะไม่อะไรอีกแล้ว พอดีไปได้งานประจำที่รายได้ดีมาก ๆ งานหนึ่ง ผลเลยหลงลืมคำพูดตัวเองไปซะแล้ว ผลไม่ได้ไปออกรอบทุกสัปดาห์ที่ 3 กับทุกคนมา 4 เดือนแล้ว เพระาผมกำลังสนุกกับงาน และไม่อยากไปหาทุกท่านตอนนี้ เพราะผมคงโดนต่อว่าเอา ในที่สุดผมไปพบกับผุ้ใหญ่ท่านหนึ่งที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง "อ้าว... สวัสดีครับคุณอา" "อืมสวัสดี.... หายหน้าหายตาไปใหน ทุกคนถามถึงกันนะ  รู้มั้ยนายไม่อยู่ทุกคนมีเวลาเดินคุยกันน้อยลงนะ " คือผมตีลูกเข้าป่าบ่อย ๆ น่ะครับ ก๊วนผมก็เลยช้ากว่าชาวบ้านเค้า  "ปะ ..ไปนั้งโต๊ะเดียวกับเฮียก็ได้ ลูกค้าเฮียกลับกันหมดแล้ว" เรานั้งคุยกันมาราว ๆ 3 ชั่วโมงแล้ว ซึ่งจาการสนทนานี้ทำให้ผมตัดสินใจลาออกในอีก 4 เดือนต่อมา เพราะผมประโยคหนึ่ง "ชีวิตคนเรา ทำงานรอวันเกษียน  ซึ่งนั่นเป็นการเกษียนจากรายได้  แต่เขาลืมนึกไปว่ามนุษย์เราไม่มีใครเลยที่เกษียนจากรายจ่าย"

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ได้เรียนรู้ชีวิตขึ้นเยอะค่ะ
คุณหนวด(จขบ.)นี่ก็สู้ชีวิตดีนะคะเนี่ยconfused smile
สู้ต่อไปนะ เป็นกำลังใจให้
แล้วก็เอาบทความหรือข้อคิดดีๆมาบอกเล่ากันต่อ
big smile Hot!
สุดยอดค่ะพี่กัน..

คนฉลาดเลือกที่จะเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นก่อนเสมอ..

ว่าแต่ว่า พลอยจ๋ากำลังจะถามพี่กันพอดีเลยคะ ว่าพี่กันไปงานศพพี่แคนที่ไหนค่ะ ยะลา ที่คืนแรก หรือที่หัวหิน คืนสอง หรือที่บ้านขอนแก่นค่ะ

พี่กันกับพลอยจ๋านี้เราต้องเคยเดินชนกันแล้วแน่ๆ ไม่ที่วัดหลวงพ่อ ก็ที่ไหนซะแห่ง รู้สึกวงจรชีวิตเราคล้ายกันจัง..

big smile big smile big smile

#2 By พี่พลอยจ๋า on 2008-06-15 13:40

Hot! Hot!

#5 By zero-be on 2008-06-15 13:49

confused smile Hot! สุดยอด ข้อคิดดีๆทั้งนั้น ข้อเจ็ดนี่ก็โดนดีจริงๆ

คุ้มค่าแก่การรอคอยครับbig smile

#6 By เสี่ยแนน on 2008-06-15 14:43

คบผู้ใหญ่ไม่เสียหายจริงๆนะคะ
เรามักจะได้ข้อคิดดีๆเสมอ ถ้าเรารู้จักคิด...Hot!

#7 By eeddy(อี๊ด) on 2008-06-15 15:42

สุดๆไปเลยครับ....Hot! Hot! Hot!

#8 By ซับบาธ... on 2008-06-15 18:06

ประสบการณ์พัฒนาความคิดbig smile

#9 By V@R on 2008-06-15 18:16

พอเพียง ก็เพียงพอครับ big smile

#10 By แมวร่อน on 2008-06-15 19:57

สุดยอดเลยครับ คมๆทั้งนั้น Hot! Hot! Hot!

ปล.อ่านประโยคสุดท้ายแล้วสะอึกเลยทีเดียว sad smile

#11 By SkyKiD on 2008-06-15 20:19

อืม...อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ
จะรอตอนต่อไปนะคะ big smile

#12 By bakabo (~^) on 2008-06-15 21:00

เป็นข้อคิดที่ผม
ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี...
เอาเป็นว่ามันน่าอ่านให้ครบทั้ง 45 ประโยคจริงๆล่ะนะ
Hot!
อยากให้คนอื่นมาอ่านเยอะ...
ผมว่าน่าจะเป็นแนวทางชีวิตให้กับใครบางคนได้บ้างล่ะนะbig smile

#13 By robocon on 2008-06-15 23:35

Hot! Hot! Hot! อ่านแล้วได้อะไรให้คิดเยอะค่ะ กำลังคิดเรื่องทำนองนี้พอดี แถมมีผู้ใหญ่แนะนำประมาณนี้เหมือนกัน

#14 By (^_^)/nana on 2008-06-16 00:20

อ๊ากกกกก....ประโยคสุดท้ายน่ะมันโด๊นโดน...

#15 By ลำดวน on 2008-06-16 08:37

อ่านแล้วอิ่ม มีพลังดีbig smile

#16 By kemkem on 2008-06-16 09:05

ข้อคิดดีๆทั้งนั้นเลยค่ะ

คงต้องลองเอาไปใช้ดูบ้างแล้ว
ขอบคุณนะคะ

#17 By aOnG on 2008-06-16 15:20

มีผู้ใหญ่คอยแนะนำอย่างนี้น่าดีใจจริงๆค่ะ
อย่าลืมเอามาแบ่งให้อ่านอีกนะคะbig smile Hot! Hot! Hot!

#18 By Icys :: Formation A-Z on 2008-06-16 20:36

big smile Hot!

#19 By dawinxx on 2008-06-16 23:30

คนทุกคนมีเวลาเท่ากันนั่นแหละ เฮียก็มี 24 ชั่วโมงเท่ากับทุกคน เฮียเห็นคนส่วนมากชอบบ่นว่าไม่มีเวลา แต่พอมีเวลา เฮียก็ไม่เห็นเขาทำอะไร นอกจาก ฆ่าเวลา

โอ้ว โดนมากๆขรับsad smile
เดินหน้าต่อไป ฮุยเลฮุย

#21 By แมงปอ on 2008-06-17 10:24

Hot! Hot!

#22 By ปลาทู on 2008-06-17 13:49

ความล้มเหลวของยอดคนน่ะ ยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จคนธรรมดา

โดนครับประโยคนี้

ให้ความรูสึกเหมือนกับประโยคที่เคยได้ยินบ่อยๆว่า

"คนที่ไม่เคยล้มเหลวคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย"

#23 By ~BAkA -*- MAf!A~ on 2008-06-17 15:00

สุดยอดครับพี่Hot! ผมได้เรียนรู้ขึ้นเยอะเลย

#24 By [Joey]I'm the tutor home Reborn on 2008-06-17 15:32

อ่านจบแล้วค่ะ

ดีใจด้วยที่ได้พบเจอคนดี ๆ ตั้งมากมาย big smile
ชีวิตของคนเราสมัยนี้ก็เป็นแบบนี้แล้วหรอ

แต่ก็สุดยอดนะ big smile Hot!

#26 By ทอมซ่า on 2008-06-18 12:57

ดีจัง ดีจัง ได้อะไรมากมาย big smile Hot!

#27 By mochikaka on 2008-06-19 00:58

ข่าวดีครับ เรื่องของพี่เป็น Fwd mail มาที่ผมแล้ว

#28 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-06-22 01:36

ขอให้ทุกคนได้อ่านมันผมก็ดีใจแล้วล่ะครับ
ยังอ่านอยู่ด้วยเหรอ ขอบใจนะที่เป็นห่วง ตอนนี้เหนื่อยเหลือเกิน "หุ่นดีกันเถอะ" หมดแรงจะสู้ต่อแล้ว เรื่องที่เกิดส่วนหนึ่งมันคือความงี่เง่าของเราเอง แต่ "คนรักกัน" ทำอะไรได้บ้างเหรอ? หรือมีเพียงแค่เราที่รัก ไม่ใช่ "รักกัน"

#30 By beno (124.109.26.234) on 2008-06-23 09:58

อ่านแล้วรู้สึกดีจังคะ
ชอบอันสุดท้ายเนี่ยเด็ดสุด
"ชีวิตคนเรา ทำงานรอวันเกษียนซึ่งนั่นเป็นการเกษียนรายได้ แต่เขาลืมนึกไปว่ามนุษย์เราไม่มีใครเลยที่เกษียนจากรายจ่าย"
เพราะจะควบคุมยังไง รายจ่ายก้อยังไม่เคยลดละ...อิอิ

#31 By ยูกิจัง on 2008-06-23 14:28