น้ำตาของผม
posted on 26 Apr 2008 12:51 by bodyfit
คงยังจำได้กับเรื่อง ข่มขืน ที่ผมเคยได้เขียนไปแล้ว และเมื่อเย็นวานผมกลับไปเยี่ยมเธอที่โรงพยาบาล อีกครั้ง ผมพบญาติ ๆ ของเธอ กลุ่มใหญ่มาเยี่ยมเธอ ดูแล้วก็นับว่าน่าชื่นใจที่เธอยังมีคนเป็นห่วงเธออยู่เช่นนี้ แฟนผมก็ชวนกลับเพราะเห็นมีคนเยอะแล้วเราไม่ต้องเข้าไปกันหรอก .... แต่ใหน ๆ ก็มากันแล้ว ผมก็อยากเข้าไปเหมือนกัน เพราะผมเองก็ไม่รุ้จักใคร ๆ เลยในกลุ่มนั้น ผมเดินเข้าไปใกล้กลุ่มญาติของเธอ เสียงสนทนาก็ดังขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งเมือฟังได้ศัพท์ มันกลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่หน้าอก เพราะพวกเขาคุยกันแต่เรื่องมรดก , เงินทอง , ทรัพย์สิน ที่พ่อและแม่เธอเหลือไว้ ยามนี้ทุกคนปราถนาจะได้มัน แต่ไม่ปราถนาที่จะอุปการะเด็กหญิงเสียสติคนนี้เลย
ผมทำเป็นเดินผ่านพวกเขาไป นั้งอยู่ที่เตียงใกล้ ทำเป็นว่ามาเยี่ยมเตี้ยงข้าง ๆ นี้ ผมนั้งฟังพวกเขาอยู่นาน นานจนพอจะคิดได้ว่า เด็กคนนี้ โชคร้ายเกินกว่าจะมีลมหายใจต่อไปซะแล้ว เพราะสภาพเธอที่ผมเห็นตอนนี้ ถูกมัดรั้งไว้กับเตียงด้วยผ้าสีขาวที่ยังเห็นได้ชัดว่ามีรอยเลือดที่แห้งจนดำแล้วติดอยู่ เสียงพวกเขาที่คุยกันค่อนข้างดังเมื่อผมเข้ามาใกล้นั้นค่อย ๆ เบาลงมีเพียงภาพเด็กหญิงคนนี้ที่สะกดผมไว้ ผมได้สติอีกทีเพราะแฟนผมมาสะกิดเรียกผม พร้อมส่งทิสชู่ให้ผม ........ ผมร้องไห้ ! นับแต่จำความได้ผมร้องไห้น้อยครั้งจนอาจเรียกว่าไม่เคย แต่ครั้งนี้ผมกลับมีน้ำตาออกมาโดยที่ผมเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไป
เสียงฝูงเปรต(กลุ่มญาติ) ที่โหยหวนแย่งส่วนบุญกันอยู่รอบ ๆ ตัวเธอก็เริ่มฟังชัดขึ้นพร้อมกับสติที่กลับมาของผม ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยโผล่มาเลย ค่าใช้จ่ายก่อนหน้านี้มาถึงวันนี้ก็ผมจ่ายมาโดยตลอด และคงจะเป็นอย่างนี้ไปตลอดด้วยสิ แต่ช่างมันเถอะ ทำบุญกับอิฐ กับปูน กับรูปปั้น ผมก็ทำ ทำไมจะทำบุญกับคนมีเลือดมีเนื้อด้วยกันไม่ได้
ราวครู่ใหญ่ เปรตผูงข้าง ๆ ผมก็ชักจะโหยหวนแย่งส่วนบุญกันดังมากขึ้น จนที่สุดพยาบาลก็มาเชิญออกไป ผมลุกขึ้นไปยืนข้าง ๆ เธอแล้วมองดูเธอที่หลับ นี่ถ้าผมมีลูกสาว แล้วต้องมีชะตากรรมอย่างเธอ ผมจะทำยังไง ตอนนี้เธอก็คือเด็กสาววัย 15 ธรรมดาคนหนึ่งที่หลับสบาย เหมือนไม่ต้องคิดมากอะไรพรุ่งนี้ตื่นขึ้นเธอก็จะไปโรงเรียน เรียนหนังสือ พูดคุยสนุกสนานกับเพื่อน ทุกวันเธอจะกลับถึงบ้านไว ทำอาหารรอพ่อกับแม่ ซึ่งกลับบ้านเกือบ 4 ทุ่มทุกวัน เพราะงานที่ห้างซุปเปอร์สโตร์ค่อนข้างเยอะ บางวันเธอจะเดินข้ามถนนเอาอาหารที่เธอทำมาฝากครอบครัวผมเพื่อให้ชิมและติชม เพราะวันหยุด เธอมักจะมาขอใหแฟนผมสอนทำอาหารให้ และก็อีกครั้งที่น้ำตามันออกมาเอง
หมอเดินเข้ามาทักทายผม เพราะผมเคยบอกหมอว่าผมเป็นญาติกับเธอ และคงจำได้เพราะผมเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายด้วย แล้วผมก็ถามอาการเธอ มันทำให้คราวนี้ผมถึงกับร้องแบบปล่อยโฮ.... ผมร้องไห้แบบเสียอาการแบบนี้ครั้งสุดท้ายน่าจะก่อน ป.4 เพราะหมอบอกว่าเธอติดเชื่อ HIV ............... และแผลที่หน้าผากที่เพิ่งได้มาใหม่นั้นเพราะคืนวันพฤหัสบดี เธอตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วดิ้นจนตกเตียง...........
แล้วสิ่งที่ผมกลัวที่สุดก็อาจเป็นไปได้ มันฟังดูเหมือนผมบ้าหรือเปล่าที่ยังอยากให้เธอเสียสติ แบบนี้ต่อไปดีกว่าให้เธอกลับมาจำทุกอย่างได้....... พอหันกลับไป ผมก็เห็นแฟนผมกอดกันร้องไห้ กับเรื่องที่ได้ยิน
เรื่องอาจกับใคร ๆ ก็ได้ เพราะคนร้ายในคดีนี้ก็อาจจับไม่ได้เพราะ ใครล่ะครับ จะเป็นผุ้เสียหายไปชี้ตัวคนร้าย........ ใครล่ะครับจะให้การเรื่องนี้ได้........

ทำตัวไม่น่านับถือเอาซะเลย พอเห็นช่องทางล่ะกรูกันมาแย่งส่วนบุญ แทนที่จะนึกถึงน้องเค้าที่ไม่รู้จะใช้ชีวิตต่อไปยังไง ญาติประสาอะไรเนี่ย
ดีใจกับน้องเค้าด้วยค่ะ ที่มีคนอย่างพี่และแฟนพี่คอยอยู่ข้างๆ
ถ้าน้องเค้าสิ้นสติไปแบบนี้ก็อาจจะดีกว่า เพราะความจริงที่เกิดกับเค้าในตอนนี้ มันก็ร้ายแรงพอที่จะทำให้คนสติดีๆสักเป็นบ้าในทันทีได้เหมือนกัน....
สู้ต่อไปนะคะพี่ ^^
#51 By มุกกิเย่ on 2008-05-14 09:23